ผู้ขาดโอกาสทางความอบอุ่น...

ผู้ขาดโอกาสทางความอบอุ่น...
เมื่อไหร่กัน..ที่จะเป็นวันของฉันบ้าง

วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553

ข้อคิดดี ๆ สำหรับความรัก

1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน
แต่ไม่มีความกล้าพอ ที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง

2. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลงและความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว

3.สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา
แต่มาค้นพบภายหลังว่า เราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป

4. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลง ไปแล้วเนิ่นนาน จนกระทั่งเรามองไม่เห็น ประตูแห่งความสุขบานอื่น ที่เปิดไว้รอ

5. เพื่อนที่ดีที่สุดคือ คนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ
แต่สามารถเดินจากไป ด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด

6. เป็นความจริง ที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่ จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป... แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้าง จนกระทั่งผลของสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา

7. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้นก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง

8. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน
แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวก โดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ

9. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว
อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณยังไม่สามารถ "ทำใจ"

10. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดและมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ
ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน

11. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย
เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียวสามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส

12. การที่เราจะประทับใจใครนั้น อาจใช้เวลาแค่เพียงนาทีการที่เราจะชอบใครอาจใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครอาจใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลา ชั่วชีวิต

13. ขอให้คุณมีความสุขมากพอ ที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอ ที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอ ที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์และมีความหวังมากพอ ที่จะทำให้คุณเป็นสุข

14. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวด จากสิ่งเดียวกันเช่นกัน

15. จุดเริ่มของความรักคือ การปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่า เราต้องการเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในตัวเขา

16. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขาม ีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก

17. อนาคตที่สดใส มีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวาง จากความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ

18. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ...

วันพุธที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2553

พอดี...

เมื่อคนเรารู้จักความพอดี

ทุกอย่างมันก็จะเริ่มลงตัว

และมันก็จะกลับสู่สภาวะปกติ

แต่การทำใจให้พอดี ค่อนข้างยาก

จึงต้องเป็นสิ่งที่คนเราต้องพยายาม

พยายามต่อไปนะ สู้ ๆ ๆ ๆ

วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553

ความรัก.........


ความรักน่ะเหรอ ยังไม่พร้อมหรอก

หัวใจมันบอบบางเกินไป ที่จะไปต่อสู้กับความรักที่ร้ายกาจอย่างนั้น

มันก็แค่ก้อนเนื้อก้อนหนึ่ง

จะไปสู้อะไรกับความรักไหวล่ะ เฮ้ออ

ฉันก็เจ็บมามากละ พอบ้างเหอะ

ปล. เพลง ไม่เคยลืม ทำไมซื้อจังอ่ะ น้ำตาไหลเลย

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

~~~~~~~ได้ยินไม๊สวรรค์~~~~~~~



ฉันรู้สึกทุกข์ทรมานเหลือเกิน ถ้าหากว่าสวรรค์กำลังลงโทษฉันอยู่
รู้ไว้เลยนะ ว่าฉันกำลังทุกข์ทรมาน เจ็บปวดแสนสาหัส
พอใจรึยังล่ะ หรือว่ายังไม่พอใจ จะทำอะไรฉันอีกล่ะ
ถ้าจะทำ ก็ทำให้มันด้านชาไม่มีความรู้สึกเลยละกัน
แต่รู้ว่าคงไม่ทำหรอกเพราะมันไม่ทรมานใช่มั้ยละ

ฉันไปทำกรรมอะไรไว้นักหนา
ฉันไปทำอะไรไว้ให้ใคร
ก็ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอดีตสิ
ทุกวันนี้ ฉันไปทำอะไรให้ใคร
ฉันไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครเหรอ
พอซะที ฉันเบื่อที่สุดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

โคมไฟขี้ใจน้อย



ฉันเป็นโคมไฟ ที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างไม่สนใจ
บางวันมีสุนัขผ่านมาแวะทักทาย
แต่ยามค่ำคืนฉันต้องยืนส่องแสงเพียงลำพัง
วันหนึ่งมีคนเอาเก้าอี้มาตั้ง

มีคนมานั่งเล่นทุกคน ฉันเริ่มหายเหงา
แต่ทุกคนมานั่งชมแสงจันทร์แสงดาว ไม่มีใครสนใจฉันเลย
ฉันรู้สึกน้อยใจ จึงดับไฟให้มืดลง
ไม่มีใครกล้ามานั่งที่เก้าอี้อีก เพราะความมืด
เก้าอี้จึงถูกย้ายออกไปที่อื่น ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
ก่อนไปเก้าอี้บอกฉันว่า....

"ถึงคนที่มานั่งไม่ได้มานั่งเพื่อดูเธอ แม้แสงไฟจากเธอจะสวย
สู้แสงจันทร์หรือแสงดาวไม่ได้ แต่ทุกคนก็รู้ว่า ที่ตรงนี้มีเก้าอี้
และมีโคมไฟอยู่ พวกเค้าจึงเลือกมานั่งที่นี่ อย่างน้อยเค้าก็
เห็นความสำคัญของเธอมากกว่าความสวย"

ใช่... ของแต่ละสิ่งเกิดมาเพื่อทำหน้าที่แตกต่างกัน
ฉันจึงเปิดแสงไฟให้แถวนั้นสว่างเหมือนเดิม
เก้าอี้จึงถูกยกกลับมาวางไว้ที่เดิม

มีคนกลับมานั่งชมแสงจันทร์และแสงดาวอีกครั้ง
และฉันก็ยืนดูพระจันทร์ดูดวงดาวพร้อมกับพวกเค้า
พระจันทร์กำลังส่งยิ้มให้ฉัน

วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553

ชอบคุณจังค่ะ ดร.ฟู ชอบ ๆ ๆ


ชอบเพลงนี้จริง ๆ เลย "พูดแล้วอยากจะร้องไห้" ชอบ ๆ ๆ เพราะจริง ๆ

พูดไปแล้วจะร้องไห้ เมื่อมีใครให้ถามถึงเธอ
พุดไปแล้วน้ำตาเอ่อ ก็ไม่อยากจะเจอหน้าใคร
*ต้องตอบซ้ำๆว่าเธอนั้นทิ้งไปมีใหม่ ต้องเจ็บซ้ำๆในคำๆนี้อยู่ร่ำไป
คนใจร้ายคนโกหกคนโลเลไม่เคยจำสัญญา
**บอกว่ารักแค่เพียงลมปากฝากแผลใจให้มีน้ำตา
คนทั้งคนหรือเห็นเป็นหมาตัวหนึ่งที่รักเธอ
หลอกให้รักให้หลงงมงายเจ็บเกือบตายนอนซมละเมอ
พูดไปแล้ว น้ำตาเอ่อมันอยากจะลืม ลืมเธอสักที
อยากจะหลบไปให้ไกลไม่อยากเจอคนรู้จักเรา
จากร่าเริงเป็นคนเศร้าเรื่องน้ำเน่าเล่าไปก็อาย
(*,**)
ใครเป็นไงไม่รู้ดูใจคนไม่เป็นน้ำตาสาดกระเด็นเท่าไหร่
คนมันไม่มีใจเราก็โง่เกินไปซมซานกลับมาเลียแผลใจ
เกิดมาไม่เคยรักใครเท่าเธอต้องมาเจอะต้องมาเจอใช้เวร
(**,**)
ฮ่าๆๆ เกิดมาโง่เอง

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

ภาษาอังกฤษจ๋า เธอช่างสำคัญอะไรอย่างนี้

ฉันจะทำยังไงดี กับความห่วยอังกฤษของฉัน
ลงเรียนเหรอ อายเค้าแย่เลย พื้นฐานห่วยมาก
ตัว ๆ เหรอ ไม่เอาอ่ะ แพงอ่ะ
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ปัญหาเยอะแยะไปหมด เอาเหอะนะ
ทำใจ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เข้าหาผู้รู้แล้วกัน แล้วจะมีผู้รู้คนไหนให้ฉันเข้าหาเนี่ย
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ฉันอยากร้องไห้
อย่าคิดมาก ๆ นอนซะ ๆ พรุ่งนี้ต้องตื่นมาใส่บาตรแต่เช้า

วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

ก็อย่างนี้แหละนะ



สงกรานต์ปีนี้ก็คงต้องเหงาอีกตามเคย ก็ไอ้เรามันคนไม่มีเพื่อนนี่นา
เป็นธรรมดาของเราอยู่แล้ว แต่ทำไมไม่รู้ ยังไม่ชินซักที
อาจจะเป็นเพราะเราเพิ่งรู้ตัวก็ได้ แต่เราจะพยายามทนสภาพนี้ให้ได้
หัวใจเราจะได้เจ็บปวดน้อยลงบ้าง
..................
ยัยเตี้ยเอ้ยยยย
ทำไมชีวิตฉันมันชั่งน่าน้อยใจอย่างนี้เนี่ย
ไม่มีอะไรดีซักอย่าง
แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะทุกอย่างหรอก แต่มันก็ไม่ดีซักอย่างน่ะแหละ
ไม่ดี ไม่เลว เออ ฟังแล้วก็ดูลงตัวดี ฮ่า ๆ
แต่บางอย่างมันก็เลวอ่ะ เช่นรูปลักษณ์ภายนอก อาจรวมทั้งจิตใจ สังคม
เฮ้อออ ฉันเหนื่อยจริง ๆ ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปแล้ว
อันไหนที่เป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะทำให้ตัวเองได้มีความสุขบ้าง
อีกแค่ 43 วันก็จะเปิดเทอมแล้วล่ะ ถึงเปิดเทอมมันก็มีเรื่องให้เครียด
แต่ฉันก็คิดว่า มันคงดีกว่าการอยู่บ้านหน่อยนึง เพราะอย่างน้อยที่โรงเรียนเราก็มีเพื่อนมากมาย
มีวิชาเรียนที่เราสนใจ และชื่นชอบ
สู ๆ ต่อไป ~~~~~~~~~~~~~